อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ เริ่มยังไงดี
คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่ศูนย์จนขายได้จริง
การเปิดร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเมื่อก่อน ใคร ๆ ก็เริ่มได้ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องใช้เงินหลักแสน และไม่ต้องเก่งเทคโนโลยีมากก็สามารถขายของออนไลน์ได้ สิ่งสำคัญคือ “เริ่มให้ถูกทาง” เพราะหลายคนพลาดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ทำให้เสียเงิน เสียเวลา และท้อก่อนจะเห็นยอดขาย
บทความนี้จะพาคุณไล่ทีละขั้น ว่า อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ เริ่มยังไงดี ให้มีโอกาสสำเร็จและขายได้จริง
หัวข้อที่น่าสนใจ
1. เลือกสินค้าที่ “ขายได้” ไม่ใช่แค่ “ชอบ”
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการเลือกสินค้า หลายคนเลือกจากสิ่งที่ตัวเองชอบเพียงอย่างเดียว แต่ตลาดอาจไม่ได้ต้องการ
วิธีเลือกสินค้าที่ดี:
- มีความต้องการในตลาด
- แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้
- มีคู่แข่งบ้าง แต่ไม่เยอะเกินไป
- กำไรต่อชิ้นพอสมควร
- น้ำหนักไม่มาก (ช่วยลดค่าส่ง)
ตัวอย่างสินค้าที่เริ่มง่าย:
- อุปกรณ์มือถือ
- เสื้อผ้าแฟชั่น
- สกินแคร์
- ของใช้ในบ้าน
- สินค้าดิจิทัล เช่น Template / ไฟล์ออกแบบ
เคล็ดลับ: ลองค้นหาใน Shopee / Lazada / Facebook Marketplace ดูว่าสินค้าไหนมีรีวิวเยอะ แปลว่ามีคนซื้อจริง
2. เลือกรูปแบบการขาย
ก่อนเริ่ม ต้องตัดสินใจว่าคุณจะขายแบบไหน เพราะมีผลต่อเงินลงทุน
แบบที่ 1 : สต๊อกสินค้าเอง
ข้อดี
- กำไรต่อชิ้นสูง
- ควบคุมคุณภาพได้
ข้อเสีย
- ต้องใช้เงินลงทุน
- เสี่ยงของค้างสต๊อก
แบบที่ 2 : พรีออเดอร์
ข้อดี
- ไม่ต้องลงทุนเยอะ
- ไม่มีของค้าง
ข้อเสีย
- ลูกค้ารอนาน
- ต้องสื่อสารชัดเจนมาก
แบบที่ 3 : Dropship
ข้อดี
- แทบไม่ต้องลงทุน
- เริ่มได้เร็ว
ข้อเสีย
- กำไรน้อย
- คุมคุณภาพและการจัดส่งยาก
มือใหม่ส่วนใหญ่มักเริ่มจาก Dropship หรือพรีออเดอร์ เพื่อทดสอบตลาดก่อน
3. เลือกแพลตฟอร์มขาย
คุณไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ทันที สามารถเริ่มจากแพลตฟอร์มที่มีคนอยู่แล้ว
Marketplace
- Shopee
- Lazada
- TikTok Shop
เหมาะกับมือใหม่ เพราะมีคนเข้าใช้งานอยู่แล้ว
Social Commerce
- Facebook Page
- Line OA
เหมาะกับการสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือ
เว็บไซต์ส่วนตัว
เหมาะกับคนที่อยากสร้างแบรนด์ระยะยาว และไม่อยากพึ่งแพลตฟอร์มเดียว
คำแนะนำ: เริ่มจาก Marketplace + Facebook Page จะเห็นผลเร็วที่สุด
4. ตั้งชื่อร้านและภาพลักษณ์
ชื่อร้านที่ดีควร:
- อ่านง่าย จำง่าย
- สะกดไม่ยาก
- สื่อถึงสินค้า
- ไม่ยาวเกินไป
นอกจากชื่อร้าน ควรมี:
- โลโก้
- สีประจำแบรนด์
- ฟอนต์ที่ใช้สม่ำเสมอ
สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถืออย่างมาก แม้จะเป็นร้านใหม่
5. เตรียมภาพสินค้าและรายละเอียด
ลูกค้าออนไลน์ “ตัดสินใจจากภาพ” มากกว่าคำพูด
สิ่งที่ควรมี:
- ภาพสินค้าชัด หลายมุม
- ภาพการใช้งานจริง
- ขนาด / สี / วัสดุ
- วิธีใช้
- การรับประกัน
ห้ามใช้ภาพเบลอหรือก๊อปคนอื่น เพราะทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือทันที
6. ตั้งราคาให้มีกำไร
สูตรง่าย ๆ สำหรับมือใหม่:
ต้นทุนสินค้า + ค่าส่ง + ค่าโฆษณา + กำไร = ราคาขาย
อย่าตั้งราคาถูกเกินไป เพราะจะไม่มีงบทำโฆษณาในอนาคต
7. เตรียมช่องทางติดต่อให้ชัด
ลูกค้าต้องรู้ว่าจะติดต่อคุณอย่างไร เช่น
- Line
- Messenger
- เบอร์โทร
- อีเมล
ร้านที่ไม่มีช่องทางติดต่อชัดเจน มักทำให้ลูกค้าไม่กล้าซื้อ
8. เริ่มทำการตลาด
เมื่อร้านพร้อมแล้ว ต้องมีคนเห็นร้านด้วย
วิธีเริ่มต้น:
- โพสต์คอนเทนต์ให้ความรู้
- รีวิวสินค้า
- ทำวิดีโอสั้น
- ยิงโฆษณาเล็กน้อยเพื่อทดสอบ
ไม่จำเป็นต้องใช้งบเยอะในช่วงแรก วันละ 50–100 บาทก็พอ
9. บริการลูกค้าให้ดี
ร้านใหม่จะโตได้เร็วจาก “รีวิว” และ “การบอกต่อ”
สิ่งสำคัญ:
- ตอบแชทไว
- แพ็คของดี
- แจ้งเลขพัสดุเร็ว
- แก้ปัญหาให้ลูกค้า
ลูกค้าที่ประทับใจ 1 คน อาจพาเพื่อนมาได้อีก 3–5 คน
10. วัดผลและปรับปรุง
ดูตัวเลขเสมอ เช่น
- ยอดขาย
- ค่าโฆษณา
- จำนวนคลิก
- Conversion
- ROAS
ร้านที่เติบโต คือร้านที่ “ดูตัวเลขแล้วปรับ” ไม่ใช่เดา
สรุป: อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ เริ่มยังไงดี?
- เลือกสินค้าที่ตลาดต้องการ
- เลือกรูปแบบการขาย
- เลือกแพลตฟอร์ม
- สร้างแบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือ
- ทำภาพสินค้าให้ดี
- ตั้งราคามีกำไร
- มีช่องทางติดต่อชัด
- เริ่มทำการตลาด
- บริการลูกค้าให้ประทับใจ
- วัดผลและพัฒนาเสมอ
การเปิดร้านค้าออนไลน์ไม่ยาก แต่ต้อง “เริ่มอย่างมีแผน” ใครที่ลงมือทำจริงและปรับปรุงต่อเนื่อง มีโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวได้แน่นอน
พร้อมเริ่ม ขายออนไลน์ แล้วใช่ไหม?
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE เพื่อรับ คำปรึกษาการขายออนไลน์ ฟรี!
คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ [@nkcreative]
หากคุณต้องการเริ่มขายออนไลน์อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องเริ่มเอง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [บริการเปิดร้านค้าออนไลน์]
บทความอื่นๆ

เตรียมตัวอย่างไร? ก่อนทำ Google Ads

อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ เริ่มยังไงดี

Google Ads ช่วยเพิ่มการมองเห็นได้อย่างไร?
