SEO ราคาเท่าไหร่ ปี 2026? อัปเดตค่าทำ SEO และวิธีเลือกแพ็กเกจ
หากกำลังวางแผนทำ SEO หนึ่งในคำถามแรกที่เจ้าของธุรกิจมักถามคือ “ทำ SEO ราคาเท่าไหร่?” คำตอบคือ ราคาทำ SEO ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะเว็บไซต์แต่ละแห่งมีขนาด สภาพเว็บไซต์ จำนวน Keyword การแข่งขัน และเป้าหมายแตกต่างกัน บางเว็บไซต์อาจต้องการเพียงปรับ On-Page SEO ไม่กี่หน้า ขณะที่บางเว็บไซต์ต้องทำทั้ง Technical SEO, Content, Internal Link และ Off-Page SEO อย่างต่อเนื่อง จากราคาที่พบในตลาดไทยปี 2026 บริการ SEO ระดับเริ่มต้นสามารถพบได้ตั้งแต่ประมาณ 5,000–15,000 บาท/เดือน ขณะที่บริการจาก Agency สำหรับธุรกิจที่ต้องการแข่งขันจริงจังสามารถอยู่ประมาณ 15,000–80,000 บาท/เดือน และอาจสูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือนสำหรับ E-commerce, Enterprise หรืออุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้นก่อนเปรียบเทียบว่า Agency ไหน “ถูกหรือแพง” ควรดูด้วยว่า ราคาเหล่านั้นรวมงานอะไรบ้าง
สรุปราคาทำ SEO ปี 2026
หากต้องการเห็นภาพแบบง่าย ๆ ราคาที่พบในตลาดสามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้
| ระดับงาน SEO |
ราคาโดยประมาณ |
เหมาะกับ |
| SEO เบื้องต้น / งานเฉพาะจุด |
5,000–15,000 บาท |
เว็บเล็ก / SME เริ่มต้น |
| SEO รายเดือนระดับ SME |
15,000–30,000 บาท/เดือน |
ธุรกิจที่ต้องการทำ SEO ต่อเนื่อง |
| SEO ระดับแข่งขัน |
30,000–80,000 บาท/เดือน |
ตลาดแข่งขันสูง / หลาย Keyword |
| SEO ระดับองค์กร |
80,000–150,000+ บาท/เดือน |
เว็บไซต์ขนาดใหญ่ / E-commerce / Enterprise |
| SEO Audit / Project |
ประมาณ 8,000–50,000+ บาท/ครั้ง |
ตรวจและแก้เว็บไซต์เฉพาะโครงการ |
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นช่วงราคาเพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาด ไม่ใช่ราคากลางที่ทุกบริษัทต้องใช้ ราคาจริงขึ้นอยู่กับ Scope งานและความยากของเว็บไซต์
ทำไมราคาทำ SEO ถึงแตกต่างกันมาก?
หากค้นหาบริการรับทำ SEO อาจพบราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ทั้งที่ทุกบริษัทเรียกบริการว่า “SEO” เหมือนกัน สาเหตุคือ Scope ของงานสามารถแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น แพ็กเกจหนึ่งอาจมีเพียงการปรับ Title, Meta Description และ Keyword จำนวนหนึ่ง ขณะที่อีกแพ็กเกจอาจมีทีมดูแล Technical SEO, Keyword Research, Content Strategy, Content Writing, Internal Link, Backlink, Conversion Tracking และรายงานผลทุกเดือน
ดังนั้นการเปรียบเทียบราคา SEO ควรเปรียบเทียบ สิ่งที่ได้รับภายในแพ็กเกจ ไปพร้อมกัน
ราคาทำ SEO ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทำ SEO ของแต่ละเว็บไซต์แตกต่างกัน มีดังนี้
1. จำนวน Keyword
เว็บไซต์ที่ต้องการทำ SEO เพียงไม่กี่ Keyword ย่อมมี Scope แตกต่างจากเว็บไซต์ที่ต้องการแข่งขันในหลายสิบหรือหลายร้อย Keyword ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับทำเว็บไซต์อาจต้องการทำอันดับจากคำว่า “รับทำเว็บไซต์”, “รับทำเว็บไซต์ WordPress”, “บริษัทรับทำเว็บไซต์”, “ออกแบบเว็บไซต์”, “ทำเว็บไซต์บริษัท” และ Keyword ย่อยอีกจำนวนมาก แต่ในทางปฏิบัติ SEO ไม่ควรวัด Scope จาก “จำนวน Keyword” เพียงอย่างเดียว เพราะ Keyword หลายคำสามารถมี Search Intent เดียวกันและใช้หน้าเดียวกันทำอันดับได้
2. ความยากของ Keyword
Keyword แต่ละคำมีการแข่งขันไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น “รับทำ SEO” ย่อมมีการแข่งขันแตกต่างจาก “รับทำ SEO สำหรับโรงงาน สมุทรปราการ” Keyword ที่มีคู่แข่งจำนวนมากและมีเว็บไซต์ Authority สูงแข่งขันอยู่แล้ว มักต้องใช้ทั้งเวลา Content และทรัพยากรมากกว่า Keyword เฉพาะกลุ่ม
3. จำนวนหน้าที่ต้องปรับ
เว็บไซต์บริษัทขนาดเล็กที่มี 10 หน้า กับเว็บไซต์ E-commerce ที่มีสินค้า 10,000 รายการ ไม่สามารถใช้ Scope Technical SEO และ On-Page SEO แบบเดียวกันได้ เว็บไซต์ขนาดใหญ่ต้องตรวจสอบ URL, Category, Pagination, Filter, Canonical, Duplicate Content, Internal Link และ Indexing จำนวนมากขึ้น จึงอาจมีค่าบริการสูงกว่า
4. สภาพเว็บไซต์เดิม
เว็บไซต์ที่มีโครงสร้างดี โหลดเร็ว และไม่มีปัญหา Technical มาก อาจเริ่มทำ Content และ On-Page SEO ต่อได้ทันที แต่บางเว็บไซต์อาจพบปัญหา เช่น หน้าไม่ Index, Sitemap ผิด, Canonical ผิด, Redirect ซ้อน, Broken Link จำนวนมาก, เว็บไซต์ช้า หรือโครงสร้าง URL ไม่เหมาะสม กรณีเหล่านี้อาจต้องใช้ Developer เข้ามาแก้ไขก่อนหรือระหว่างการทำ SEO ทำให้ Scope และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
5. จำนวน Content ที่ต้องผลิต
Content เป็นอีกต้นทุนสำคัญของ SEO แพ็กเกจที่รวมบทความเดือนละ 1–2 บทความ ย่อมมีต้นทุนต่างจากแพ็กเกจที่ต้องผลิตบทความคุณภาพสูง 8–10 บทความต่อเดือน นอกจากนี้ Content บางประเภทต้องใช้ Research มาก เช่น การเงิน สุขภาพ กฎหมาย B2B หรืออุตสาหกรรมเฉพาะทาง ซึ่งอาจมีต้นทุนสูงกว่า Content ทั่วไป
6. Off-Page SEO และ Backlink
บางแพ็กเกจรวมเฉพาะ On-Page และ Technical SEO ขณะที่บางแพ็กเกจรวม Off-Page SEO หรือ Link Building ด้วย Backlink เองก็มีต้นทุนและคุณภาพแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นไม่ควรเลือกแพ็กเกจเพียงเพราะระบุว่า “ได้ Backlink 100 ลิงก์” จำนวนไม่ได้บอกคุณภาพเสมอไป ควรดูว่า Link มาจากเว็บไซต์ประเภทใด มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่ และใช้แนวทางที่มีความเสี่ยงต่อเว็บไซต์หรือไม่
ราคา On-Page SEO เท่าไหร่?
หากเว็บไซต์ไม่ได้ต้องการจ้าง SEO รายเดือน แต่ต้องการปรับพื้นฐานเว็บไซต์ก่อน สามารถเลือกบริการ On-Page SEO แบบครั้งเดียว ได้ งานอาจครอบคลุม Keyword Mapping, SEO Title, Meta Description, H1-H3, URL, Content Structure, Image Alt Text และ Internal Link ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าที่ต้องปรับ เช่น เว็บไซต์ที่มีเพียง 5 หน้า ย่อมใช้เวลาน้อยกว่าเว็บไซต์ที่ต้องปรับ 50 หน้า สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก งาน On-Page SEO จึงอาจเริ่มตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทตาม Scope ที่ได้รับ
ราคา Technical SEO เท่าไหร่?
Technical SEO มักคิดราคาเป็น Project, Audit หรือรวมอยู่ในแพ็กเกจ SEO รายเดือน งานที่ตรวจสอบอาจประกอบด้วย Indexing, Crawlability, Sitemap, robots.txt, Canonical, Redirect, 404, Structured Data, Core Web Vitals, Mobile และ Website Performance เว็บไซต์ขนาดเล็กอาจตรวจและแก้ได้ไม่ซับซ้อน แต่เว็บไซต์ E-commerce หรือเว็บไซต์ที่มี URL จำนวนมากอาจต้องใช้เครื่องมือและเวลาในการวิเคราะห์มากขึ้น จึงไม่ควรเปรียบเทียบราคา Technical SEO โดยดูเฉพาะจำนวน Keyword เพราะงานส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างเว็บไซต์ มากกว่า Keyword โดยตรง
SEO รายเดือนทำอะไรบ้าง?
SEO รายเดือนเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพัฒนา Organic Search อย่างต่อเนื่อง เพราะ SEO ไม่ได้จบหลังจากปรับเว็บไซต์ครั้งแรก
แพ็กเกจ SEO รายเดือนที่ครบขึ้นอาจประกอบด้วย
| งาน |
ตัวอย่างสิ่งที่ทำ |
| Keyword Research |
วิเคราะห์ Keyword และ Search Intent |
| Keyword Mapping |
กำหนด Keyword ให้แต่ละ Landing Page |
| On-Page SEO |
Title, Description, Heading, Content |
| Technical SEO |
Indexing, Sitemap, Canonical, Redirect |
| Content SEO |
วางแผนและสร้างบทความ |
| Internal Link |
เชื่อมโยง Content และหน้าบริการ |
| Off-Page SEO |
Brand Mention / Link Building ตาม Strategy |
| Tracking |
Search Console, GA4, Conversion |
| Reporting |
รายงานอันดับ Traffic และผลลัพธ์ |
ดังนั้นแพ็กเกจราคา 5,000 บาท กับ 30,000 บาทต่อเดือนอาจไม่ใช่บริการประเภทเดียวกัน แม้จะใช้คำว่า “รับทำ SEO” เหมือนกันก็ตาม
จ้าง SEO รายเดือน หรือทำครั้งเดียว แบบไหนดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของเว็บไซต์
| รูปแบบ |
เหมาะกับ |
| SEO ครั้งเดียว |
เว็บไซต์ต้องการวางพื้นฐานหรือแก้ปัญหาเฉพาะจุด |
| On-Page SEO |
ต้องการปรับหน้าบริการหรือหน้าสำคัญ |
| Technical SEO Audit |
ต้องการค้นหาปัญหาทางเทคนิค |
| SEO รายเดือน |
ต้องการเพิ่ม Traffic และแข่งขันระยะยาว |
| SEO + Content |
ต้องการขยาย Keyword และสร้าง Organic Traffic |
หากเว็บไซต์เพิ่งสร้างและมีจำนวนหน้าไม่มาก อาจเริ่มจาก SEO Audit และ On-Page ก่อน แล้วค่อยวาง Content Plan
แต่หากอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและต้องการสร้าง Organic Traffic อย่างจริงจัง การดูแลต่อเนื่องมักเหมาะกว่า
SEO เดือนละ 5,000 บาท ทำได้ไหม?
ทำได้ แต่ต้องดูว่าได้อะไร งบประมาณประมาณ 5,000 บาทต่อเดือนอาจเหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือ Scope ที่จำกัด เช่น วิเคราะห์ Keyword จำนวนหนึ่ง ปรับ On-Page บางหน้า ตรวจ Technical SEO เบื้องต้น หรือสร้าง Content จำนวนไม่มาก แต่หากคาดหวังว่าเดือนละ 5,000 บาทจะได้ทั้ง Technical SEO เต็มระบบ บทความจำนวนมาก Backlink คุณภาพสูง หลายสิบ Keyword และทีม Developer ดูแลเว็บไซต์ด้วย อาจไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่ต้องใช้จริง ดังนั้นแทนที่จะถามเพียงว่า “ราคาเท่าไหร่?” ควรถามเพิ่มว่า “ราคานี้ทำอะไรให้เว็บไซต์บ้าง?”
ทำ SEO ต้องใช้กี่เดือน?
SEO ไม่มีระยะเวลาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับการแข่งขัน สภาพเว็บไซต์ Keyword และคู่แข่ง บางเว็บไซต์อาจเริ่มเห็น Impression หรืออันดับเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ขณะที่ Keyword ที่มีการแข่งขันสูงอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้น
การประเมินผลจึงควรดูแนวโน้มหลายด้าน เช่น จำนวน Keyword ที่เริ่มติดอันดับ, Impressions, Organic Clicks, Organic Traffic, Leads และ Conversion ไม่ควรรอวัดเฉพาะวันที่ Keyword ขึ้นหน้า 1 เท่านั้น
SEO ราคาแพงกว่าการยิง Google Ads หรือไม่?
ไม่สามารถเปรียบเทียบจากค่าใช้จ่ายรายเดือนเพียงอย่างเดียวได้ เพราะทั้งสองช่องทางมีโมเดลต่างกัน Google Ads จ่ายเพื่อซื้อ Traffic โดยตรง หากหยุด Campaign Traffic จากโฆษณาก็หยุดตามไปด้วย SEO เป็นการลงทุนกับ Website, Content และ Organic Visibility ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ Content และหน้าที่สร้างขึ้นยังคงเป็น Asset ของเว็บไซต์
ตัวอย่างเช่น
| Google Ads |
SEO |
| ต้องมี Media Budget |
ลงทุนกับเว็บไซต์และ Content |
| เริ่มสร้าง Traffic ได้เร็ว |
ต้องใช้เวลา |
| มีค่าใช้จ่ายต่อ Click |
Organic Click ไม่มีค่า CPC |
| หยุด Ads แล้ว Traffic จาก Ads หยุด |
Traffic อาจดำเนินต่อหากยังรักษาอันดับ |
| เหมาะกับผลลัพธ์ระยะสั้น |
เหมาะกับการสร้าง Visibility ระยะยาว |
หลายธุรกิจจึงเลือกใช้ Google Ads + SEO พร้อมกัน มากกว่าการเลือกเพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
เลือกบริษัทรับทำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง?
ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแพ็กเกจราคาถูกที่สุดอาจไม่คุ้ม หากไม่ได้ทำงานที่เว็บไซต์ต้องการจริง ก่อนตัดสินใจ ควรถามผู้ให้บริการให้ชัดเจนว่า
ทำ Keyword Research หรือไม่?
ปรับ On-Page กี่หน้า?
ตรวจ Technical SEO หรือไม่?
รวมแก้ Code หรือเพียงส่งคำแนะนำ?
รวม Content กี่บทความ?
มี Internal Link Strategy หรือไม่?
ทำ Backlink แบบไหน?
ติดตั้งหรือใช้ Search Console และ GA4 หรือไม่?
วัด Conversion หรือไม่?
มีรายงานอะไรให้ดูในแต่ละเดือน?
ยิ่ง Scope ชัด ก็ยิ่งสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัทได้อย่างเป็นธรรม
ระวังบริการ SEO ที่รับประกันอันดับ 1
ไม่มีบริษัท SEO ใดควบคุมระบบ Ranking ของ Google ได้โดยตรง ดังนั้นควรระวังข้อความประเภท “รับประกันอันดับ 1 Google” โดยเฉพาะหากไม่ได้ระบุ Keyword วิธีวัดผล หรือเงื่อนไขอย่างชัดเจน สิ่งที่บริษัท SEO สามารถทำได้คือวิเคราะห์และปรับเว็บไซต์ตามแนวทางที่เหมาะสม วาง Content Strategy แก้ Technical Issues และติดตามข้อมูลเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน แต่ตำแหน่งสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับระบบของ Search Engine คู่แข่ง คุณภาพเว็บไซต์ และปัจจัยอื่น ๆ
ทำ SEO เองได้ไหม?
ทำเองได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีเว็บไซต์ขนาดเล็กและมีเวลาศึกษา สามารถเริ่มจาก Google Search Console, Google Analytics, Keyword Research, On-Page SEO, Internal Link และการสร้าง Content ที่ตอบ Search Intent ข้อดีคือประหยัดค่าบริการและเข้าใจเว็บไซต์ของตัวเองมากขึ้น แต่ต้องแลกกับเวลาในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และลงมือทำ เมื่อเว็บไซต์มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเจอปัญหา Technical ที่ซับซ้อน การใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือ Agency อาจช่วยลดเวลาและความผิดพลาดได้
สรุป SEO ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาทำ SEO ในประเทศไทยปี 2026 มีช่วงค่อนข้างกว้าง โดยงานพื้นฐานสำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็กอาจเริ่มตั้งแต่ประมาณ 5,000–15,000 บาท ขณะที่ SEO รายเดือนสำหรับ SME และธุรกิจที่ต้องการแข่งขันจริงจังอาจอยู่ประมาณ 15,000–80,000 บาทต่อเดือน และเว็บไซต์ขนาดใหญ่หรือ Enterprise สามารถสูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ได้ แต่ราคาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งที่ควรดูคือ Scope งาน, จำนวนหน้าที่ดูแล, Keyword, Technical SEO, Content, Off-Page, การวัดผล และเป้าหมายทางธุรกิจ เพราะแพ็กเกจ SEO ที่ราคา 10,000 บาทแต่แก้ปัญหาที่เว็บไซต์ต้องการจริง อาจคุ้มค่ากว่าแพ็กเกจ 30,000 บาทที่ทำงานจำนวนมากแต่ไม่ได้สัมพันธ์กับเป้าหมายของธุรกิจ ดังนั้นก่อนเริ่มทำ SEO ควร Audit เว็บไซต์และวิเคราะห์ Keyword ก่อน แล้วจึงกำหนด Scope และงบประมาณที่เหมาะสม
กำลังมองหาบริการรับทำ SEO สำหรับธุรกิจ?
หากคุณกำลังมองหา บริการรับทำ SEO NK Creative ให้บริการวิเคราะห์และปรับเว็บไซต์ด้าน SEO ตั้งแต่ Keyword Research, On-Page SEO, Technical SEO, Internal Link และการวางโครงสร้าง Content เพื่อช่วยวางพื้นฐานเว็บไซต์ให้เหมาะกับ Search Engine และเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผ่าน Google สำหรับธุรกิจที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากส่วนไหน สามารถเริ่มจากการตรวจสอบเว็บไซต์และประเมิน Scope งานก่อน เพื่อเลือกแนวทาง SEO ที่เหมาะกับงบประมาณและเป้าหมายของธุรกิจ ติดต่อ @NKCreative เพื่อสอบถามรายละเอียดแพ็กเกจและประเมินแนวทาง SEO สำหรับเว็บไซต์ของคุณได้