4 เหตุผล ทำไมต้องขายผ่าน LINE? ช่องทางใกล้ตัวที่ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย
การขายออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปิดร้านบน Marketplace หรือโพสต์สินค้าผ่าน Social Media เท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญไม่แพ้การหาลูกค้าใหม่ คือ การมีช่องทางที่ช่วยให้ธุรกิจพูดคุย ดูแล และพาลูกค้าไปสู่การตัดสินใจซื้อได้สะดวก
หนึ่งในช่องทางที่หลายธุรกิจในประเทศไทยเลือกใช้คือ LINE
จากเดิมที่ใช้สำหรับพูดคุยระหว่างบุคคล ปัจจุบันธุรกิจสามารถใช้ LINE Official Account หรือ LINE OA เพื่อสร้างช่องทางสื่อสารกับลูกค้า พร้อมนำเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยจัดการการขาย การประชาสัมพันธ์ และการดูแลลูกค้า
โดยเฉพาะธุรกิจที่ลูกค้ามักมีคำถามก่อนซื้อ เช่น ต้องการสอบถามราคา เช็กสินค้า ขอรายละเอียดบริการ หรือปรึกษาก่อนตัดสินใจ LINE สามารถเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงที่ลูกค้าเริ่มสนใจไปจนถึงหลังการขาย
มาดูกันว่า 4 เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจควรพิจารณาการขายผ่าน LINE มีอะไรบ้าง
1. ลูกค้าสามารถสอบถามและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของการขายผ่าน LINE คือความสะดวกในการพูดคุยระหว่างร้านค้ากับลูกค้า
การซื้อสินค้าบางประเภท ลูกค้าอาจยังไม่พร้อมกดสั่งซื้อทันที เพราะมีคำถามก่อนตัดสินใจ เช่น
“สินค้ามีของไหม?”
“รุ่นนี้เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?”
“มีสีอะไรบ้าง?”
“จัดส่งกี่วัน?”
“ถ้าซื้อจำนวนมากมีราคาพิเศษไหม?”
หากลูกค้าสามารถกดเพิ่ม LINE แล้วสอบถามได้ทันที ก็ช่วยลดขั้นตอนในการหาช่องทางติดต่อ
แชตช่วยลดความลังเลก่อนซื้อ
รายละเอียดบนหน้าสินค้าสามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ แต่บางคำถามต้องอาศัยการพูดคุย
โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่มีหลายตัวเลือก ราคาค่อนข้างสูง หรือต้องพิจารณาความเหมาะสมก่อนซื้อ
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการทำเว็บไซต์ แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือก Landing Page หรือ Corporate Website
หากมีเพียงหน้าราคา ลูกค้าอาจยังตัดสินใจไม่ได้
แต่หากสามารถพูดคุยกับธุรกิจผ่าน LINE เพื่ออธิบาย Requirement แล้วได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม การตัดสินใจก็อาจง่ายขึ้น
จากการตอบคำถามสู่การช่วยลูกค้าเลือก
ธุรกิจไม่ควรมองแชตเป็นเพียงพื้นที่สำหรับตอบว่า
“ราคา 990 บาทค่ะ”
แล้วจบบทสนทนา
แต่สามารถใช้เป็นช่องทางช่วยลูกค้าเลือกสินค้าหรือบริการได้
เช่น ลูกค้าถามว่า
“สองรุ่นนี้ต่างกันอย่างไร?”
แทนที่จะส่งรายละเอียดทั้งหมดให้ลูกค้าอ่านเอง ร้านอาจสอบถามเพิ่มเติมว่าต้องการนำไปใช้งานแบบไหน ก่อนแนะนำรุ่นที่เหมาะสม
การสนทนาในลักษณะนี้ช่วยลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นและทำให้ลูกค้าได้รับคำตอบที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น
2. ใช้ LINE OA ช่วยจัดระบบการขายได้มากกว่าแชตธรรมดา
หากใช้ LINE ส่วนตัวในการขายสินค้า เมื่อธุรกิจเริ่มมีลูกค้าจำนวนมาก การจัดการอาจเริ่มยากขึ้น
LINE Official Account จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับธุรกิจ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารระหว่างธุรกิจกับลูกค้าโดยเฉพาะ
ธุรกิจสามารถจัดบัญชีให้มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ และใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยนำทางลูกค้า
Rich Menu ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสิ่งสำคัญได้ง่าย
หนึ่งในเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ได้คือ Rich Menu
เมื่อเปิดห้องแชต ลูกค้าสามารถเห็นเมนูที่ธุรกิจกำหนดไว้ เช่น
ดูสินค้า
โปรโมชั่น
สั่งซื้อ
บริการของเรา
ติดต่อเรา
เว็บไซต์
แทนที่จะต้องถามร้านว่า
“มีสินค้าอะไรบ้าง?”
ลูกค้าสามารถกดเข้าสู่หน้าสินค้าได้เอง
หากต้องการดูโปรโมชั่นก็สามารถกดเมนูโปรโมชั่นได้ทันที
ใช้ข้อความต้อนรับแนะนำขั้นตอนต่อไป
เมื่อลูกค้าเพิ่มเพื่อน LINE OA ธุรกิจสามารถเตรียมข้อความต้อนรับเพื่อแนะนำข้อมูลเบื้องต้นได้
ข้อความต้อนรับที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว แต่ควรทำให้ลูกค้ารู้ว่าเขาสามารถทำอะไรต่อได้
ตัวอย่างเช่น
“ขอบคุณที่เพิ่มเพื่อน สามารถเลือกดูสินค้า โปรโมชั่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ได้จากเมนูด้านล่าง”
เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจเส้นทางได้ดีกว่าการพบหน้าห้องแชตว่าง ๆ
ลดคำถามซ้ำ ๆ
ธุรกิจส่วนใหญ่มักพบคำถามเดิมเป็นประจำ เช่น
ส่งกี่วัน?
มีเก็บเงินปลายทางไหม?
เปิดกี่โมง?
มีหน้าร้านหรือไม่?
รับประกันกี่วัน?
หากมีการเตรียมข้อมูลและข้อความสำหรับคำถามที่พบบ่อย ทีมงานก็สามารถตอบลูกค้าได้เร็วขึ้น และลดเวลาที่ต้องพิมพ์ข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ
3. เชื่อมลูกค้าจาก Social Media และเว็บไซต์เข้าสู่ช่องทางปิดการขายได้
LINE ไม่จำเป็นต้องเป็นช่องทางสำหรับหาลูกค้าใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมด
แต่สามารถทำหน้าที่เป็น จุดรับลูกค้าจากช่องทางการตลาดอื่น
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจใช้
Facebook สำหรับสร้าง Content
Instagram สำหรับนำเสนอสินค้า
TikTok สำหรับสร้างการรับรู้
Google Ads สำหรับเข้าถึงคนที่กำลังค้นหา
SEO สำหรับสร้าง Organic Traffic
เว็บไซต์สำหรับให้รายละเอียด
และใช้ LINE เป็นช่องทางให้ลูกค้าสอบถามหรือดำเนินการต่อ
Facebook → LINE
สมมติร้านทำโฆษณาบน Facebook
ลูกค้าเห็นภาพสินค้าและสนใจ แต่ต้องการถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โฆษณาสามารถพาลูกค้าเข้าสู่ช่องทาง LINE ที่ธุรกิจเตรียมไว้ จากนั้นทีมงานจึงรับช่วงต่อในการให้ข้อมูล
Google → Website → LINE
อีกตัวอย่างหนึ่งคือธุรกิจบริการ
ลูกค้าค้นหา Google ว่า
“บริษัทรับทำเว็บไซต์”
จากนั้นเข้ามายังเว็บไซต์ อ่านแพ็กเกจ ดูผลงาน และสนใจบริการ
บนเว็บไซต์สามารถมีปุ่ม
“สอบถามผ่าน LINE”
เมื่อลูกค้ากด ก็เข้าสู่ช่องทางสนทนาเพื่อพูดคุยรายละเอียดของงานต่อ
เส้นทางจึงกลายเป็น
Google → Website → LINE → ปรึกษา → ใบเสนอราคา → ลูกค้า
LINE จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Conversion Funnel ได้
Marketplace → LINE ต้องคำนึงถึงกฎของแพลตฟอร์ม
สำหรับ Marketplace ควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนพยายามพาลูกค้าออกไปทำธุรกรรมนอกระบบ เพราะบางแพลตฟอร์มมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำลูกค้าออกจากแพลตฟอร์ม
ดังนั้นควรออกแบบ Customer Journey ให้เหมาะกับช่องทางและข้อกำหนดที่ใช้งานจริง
4. ช่วยดูแลลูกค้าเดิมและสร้างโอกาสในการซื้อซ้ำ
ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่เป็นสิ่งที่ธุรกิจออนไลน์ต้องให้ความสำคัญ
หากธุรกิจจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้ได้ลูกค้ามาหนึ่งคน แล้วหลังจากซื้อสินค้าเสร็จไม่มีช่องทางติดต่อกันอีก ธุรกิจก็อาจต้องจ่ายค่าโฆษณาใหม่เพื่อเข้าถึงลูกค้าคนเดิมในอนาคต
การมีลูกค้าติดตาม LINE OA ทำให้ธุรกิจมีช่องทางสำหรับสื่อสารกับฐานผู้ติดตามต่อได้ ตามเครื่องมือและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
ลูกค้าเก่ามีโอกาสกลับมาซื้ออีก
โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายสินค้าซื้อซ้ำ เช่น
อาหาร
เครื่องดื่ม
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
เครื่องสำอาง
ของใช้
สินค้าอุปโภคบริโภค
หลังจากลูกค้าเคยซื้อแล้ว ธุรกิจสามารถวางแผนสื่อสารเกี่ยวกับสินค้าใหม่หรือโปรโมชั่นที่เหมาะสมในอนาคต
จากลูกค้าที่ซื้อครั้งเดียว จึงมีโอกาสพัฒนาเป็นลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ
ไม่ควรส่งแต่ข้อความขาย
อย่างไรก็ตาม การมีฐานผู้ติดตามไม่ได้หมายความว่าควรส่งโปรโมชั่นทุกวัน
หากลูกค้าได้รับแต่
“SALE!”
“ลดวันนี้!”
“ซื้อเลย!”
“โปรโมชั่นวันสุดท้าย!”
มากเกินไป ก็อาจทำให้ลูกค้าปิดการแจ้งเตือนหรือบล็อกบัญชี
ธุรกิจควรวาง Content ให้มีความหลากหลาย เช่น
Tips การใช้งานสินค้า
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
สินค้าใหม่
วิธีดูแลสินค้า
ข่าวสารของแบรนด์
โปรโมชั่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม
เป้าหมายคือทำให้ LINE OA เป็นช่องทางที่ลูกค้ายังรู้สึกว่ามีประโยชน์ ไม่ใช่พื้นที่สำหรับรับโฆษณาเพียงอย่างเดียว
LINE เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
LINE สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้หลายประเภท แต่รูปแบบการใช้งานอาจแตกต่างกัน
ธุรกิจ E-commerce
สามารถใช้สำหรับสอบถามสินค้า แนะนำสินค้า แจ้งโปรโมชั่น และเชื่อมต่อขั้นตอนการซื้อที่ธุรกิจเตรียมไว้
ธุรกิจบริการ
เช่น บริษัทรับทำเว็บไซต์ บริษัทบัญชี บริษัทก่อสร้าง หรือ Digital Agency สามารถใช้ LINE สำหรับรับ Requirement นัดหมาย และติดตามการเสนอราคา
ร้านอาหาร
สามารถใช้ประชาสัมพันธ์เมนู โปรโมชั่น หรือช่องทางสำหรับการติดต่อกับร้าน
คลินิกและธุรกิจ Beauty
สามารถใช้สำหรับสอบถามบริการ โปรโมชั่น และจัดการบทสนทนากับลูกค้าก่อนเข้ารับบริการ โดยควรดูแลข้อมูลลูกค้าอย่างเหมาะสม
ธุรกิจ B2B
ธุรกิจที่ต้องส่งรายละเอียดสินค้า Catalogue หรือใบเสนอราคา สามารถใช้ LINE เป็นหนึ่งในช่องทางติดต่อกับลูกค้าได้เช่นกัน
ขายผ่าน LINE แล้ว ยังจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ไหม?
LINE และเว็บไซต์ทำหน้าที่แตกต่างกัน และสามารถใช้ร่วมกันได้
เว็บไซต์เหมาะสำหรับการรวบรวมข้อมูลที่มีโครงสร้าง เช่น
ข้อมูลบริษัท
รายละเอียดสินค้าและบริการ
ผลงาน
บทความ
FAQ
Landing Page
SEO
ส่วน LINE เหมาะกับการพูดคุยและดำเนินการต่อหลังจากลูกค้าสนใจ
ตัวอย่าง Customer Journey ที่สามารถนำมาใช้ได้คือ
Google → เว็บไซต์ → LINE → ปิดการขาย
หรือ
Facebook Ads → Landing Page → LINE → ปิดการขาย
เว็บไซต์ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะที่ LINE รับช่วงต่อเมื่อลูกค้าต้องการพูดคุยกับธุรกิจ
ทั้งสองช่องทางจึงสามารถเสริมกันได้
LINE OA กับ LINE ส่วนตัว แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ?
หากเพิ่งเริ่มขายสินค้าเล็ก ๆ LINE ส่วนตัวอาจเพียงพอในช่วงแรก
แต่เมื่อธุรกิจเริ่มจริงจังและต้องการสร้างแบรนด์ LINE OA มักเหมาะกับการใช้งานในเชิงธุรกิจมากกว่า เพราะสามารถแยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวและมีเครื่องมือสำหรับการสื่อสารกับลูกค้า
อีกข้อดีคือภาพลักษณ์
การให้ลูกค้าเพิ่มบัญชีที่มีชื่อร้าน โลโก้ และเมนูที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ย่อมให้ประสบการณ์แตกต่างจากการเพิ่ม LINE ส่วนตัวของพนักงานคนใดคนหนึ่ง
ขายผ่าน LINE อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
เพียงสร้าง LINE OA ยังไม่เพียงพอ
ควรวาง Flow ตั้งแต่ลูกค้าเข้ามาจนถึงขั้นตอนหลังการขาย
เริ่มจาก
ลูกค้าเข้ามาจากไหน?
Facebook? Google? TikTok? เว็บไซต์? QR Code?
จากนั้น
เมื่อเพิ่มเพื่อนแล้วเห็นอะไร?
มีข้อความต้อนรับหรือไม่?
มี Rich Menu หรือไม่?
ลูกค้าหาสินค้าได้หรือไม่?
ต่อมา
ถ้าสนใจสินค้า ต้องทำอะไร?
ทักหาเจ้าหน้าที่?
กดดูสินค้า?
กรอก Form?
ขอใบเสนอราคา?
และสุดท้าย
หลังจากซื้อแล้วทำอะไรต่อ?
มีบริการหลังการขายหรือไม่?
มีการให้ข้อมูลการใช้งานหรือไม่?
มีโอกาสซื้อซ้ำหรือไม่?
หากวางเส้นทางเหล่านี้ชัด LINE ก็จะไม่ใช่เพียงแอปแชต แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการขาย
อย่าวัดผลจากจำนวนเพื่อนอย่างเดียว
การมีเพื่อนใน LINE OA จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจประสบความสำเร็จเสมอไป
สมมติมีผู้ติดตาม 50,000 คน แต่แทบไม่มีใครซื้อสินค้า ตัวเลขดังกล่าวก็อาจไม่ได้สร้างมูลค่าทางธุรกิจมากนัก
ควรพิจารณาตัวเลขอื่นร่วมด้วย เช่น
จำนวนคนที่เข้ามาสอบถาม
จำนวน Lead
จำนวนคำสั่งซื้อ
อัตราปิดการขาย
ยอดขาย
การซื้อซ้ำ
ประสิทธิภาพของ Campaign ที่พาลูกค้าเข้า LINE
สิ่งสำคัญคือคุณภาพของกลุ่มลูกค้าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ติดตาม
4 เหตุผลที่ธุรกิจควรพิจารณาขายผ่าน LINE
หากสรุปให้เข้าใจง่าย เหตุผลหลักมี 4 ข้อ
1. สอบถามง่าย เพิ่มโอกาสปิดการขาย
ลูกค้าสามารถพูดคุยกับร้านเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจได้
2. LINE OA ช่วยจัดระบบการสื่อสาร
สามารถใช้ Rich Menu ข้อความต้อนรับ และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกขึ้น
3. เชื่อมกับช่องทางการตลาดอื่นได้
สามารถรับลูกค้าจากเว็บไซต์ Social Media และ Advertising Campaign เข้ามายัง LINE เพื่อดำเนินการต่อ
4. ดูแลลูกค้าเดิมและสร้างโอกาสซื้อซ้ำ
หลังจากลูกค้าเพิ่มเพื่อนแล้ว ธุรกิจสามารถวางแผนสื่อสารกับฐานผู้ติดตามต่อในอนาคตได้
สรุป: LINE ไม่ได้เป็นแค่แชต แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบขายออนไลน์
การขายออนไลน์ที่ดีไม่ได้จบที่การทำให้ลูกค้าเห็นโฆษณา
หลังจากลูกค้าสนใจแล้ว ธุรกิจยังต้องมีเส้นทางที่ทำให้เขาสามารถสอบถาม รับข้อมูล และตัดสินใจได้ง่าย
LINE จึงสามารถเข้ามาทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมระหว่าง การตลาดและการขาย
Social Media อาจสร้าง Awareness
Google อาจพาลูกค้าที่กำลังค้นหามายังเว็บไซต์
เว็บไซต์ช่วยให้ข้อมูลและสร้างความน่าเชื่อถือ
ส่วน LINE สามารถรับช่วงต่อในการพูดคุยกับลูกค้า
หากออกแบบ Customer Journey อย่างเป็นระบบ LINE OA ก็สามารถเป็นมากกว่าช่องทางรับข้อความ และกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยธุรกิจสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และต่อยอดการซื้อซ้ำในระยะยาว