Shopee vs Lazada ขายที่ไหนดี? เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับสินค้า
สำหรับคนที่กำลังเริ่มขายของออนไลน์ คำถามหนึ่งที่เจอบ่อยคือ “ควรขายใน Shopee หรือ Lazada ดี?” เพราะทั้งสองแพลตฟอร์มต่างก็เป็น Marketplace ขนาดใหญ่ มีระบบร้านค้า การชำระเงิน การจัดส่ง โปรโมชั่น และโฆษณาภายในแพลตฟอร์มให้พร้อมใช้งาน
แต่ถึงจะคล้ายกัน ทั้ง Shopee และ Lazada ก็มีพฤติกรรมลูกค้า รูปแบบการแข่งขัน และลักษณะสินค้าที่ขายได้ดีแตกต่างกันพอสมควร ดังนั้นการเลือกแพลตฟอร์มจึงไม่ควรดูเพียงว่าแพลตฟอร์มไหนมีคนใช้มากกว่า แต่ควรดูว่าสินค้า กลุ่มลูกค้า และวิธีทำตลาดของร้านเหมาะกับช่องทางใดมากกว่า
Shopee กับ Lazada ต่างกันอย่างไร?
โดยภาพรวม Shopee และ Lazada ทำหน้าที่คล้ายกัน คือเป็นตัวกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ พร้อมระบบชำระเงิน การจัดส่ง รีวิว โปรโมชัน และระบบโฆษณา แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือประสบการณ์ใช้งาน กลุ่มลูกค้า การแข่งขัน และรูปแบบการจัดหน้าร้าน
| หัวข้อ |
Shopee |
Lazada |
| ลักษณะตลาด |
Mass Market แข่งขันสูง |
Marketplace ครบ เหมาะกับร้านและแบรนด์ |
| พฤติกรรมซื้อ |
เน้นค้นหา เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่น |
เน้นค้นหา เปรียบเทียบ และแบรนด์ |
| การแข่งขัน |
สูง โดยเฉพาะสินค้าทั่วไป |
สูง แต่บางหมวดแข่งขันไม่หนาแน่นเท่า |
| โปรโมชั่น |
ใช้ Voucher และ Campaign บ่อย |
Campaign และโปรโมชันหลากหลาย |
| เหมาะกับ |
สินค้าทั่วไป ราคาจับต้องง่าย |
สินค้าแบรนด์ สินค้าราคากลาง-สูง และร้านที่มีหลาย SKU |
| จุดที่ต้องระวัง |
Price War และกำไรต่อชิ้น |
การจัดการหลังบ้านและต้นทุนแคมเปญ |
Shopee เหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Shopee เหมาะกับสินค้าที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก มีการค้นหาและเปรียบเทียบราคาสูง รวมถึงสินค้าที่สามารถแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น หรือจำนวนรีวิวได้
ตัวอย่างสินค้าที่มักเหมาะกับลักษณะตลาดแบบนี้ เช่น ของใช้ในบ้าน แฟชั่น อุปกรณ์เสริม สินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องเขียน ของใช้ส่วนตัว สินค้าราคาจับต้องง่าย และสินค้าที่มีการซื้อซ้ำ
ข้อดีคือร้านสามารถเริ่มขายได้ค่อนข้างง่าย และมีเครื่องมือหลายอย่างช่วยเพิ่มการมองเห็น เช่น Search Ads, Voucher, Campaign และระบบโปรโมชันภายในแพลตฟอร์ม
แต่ข้อจำกัดสำคัญคือการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่มีผู้ขายจำนวนมาก ร้านจึงต้องแข่งขันทั้งรูปสินค้า ราคา รีวิว ความเร็วในการจัดส่ง และโปรโมชั่น
หากสินค้าของคุณแตกต่างจากคู่แข่งไม่มาก การขายใน Shopee อาจเข้าสู่การแข่งขันด้านราคาได้ง่าย จึงควรวาง Margin ของสินค้าให้ดีตั้งแต่ต้น
Lazada เหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Lazada เหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลายรายการ ต้องการจัดร้านเป็นหมวดหมู่ชัดเจน หรือขายสินค้าแบรนด์ที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจ
สินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อบ้าน สุขภาพ ความงาม แบรนด์แฟชั่น และสินค้าที่มีราคากลางถึงสูง สามารถใช้ Lazada เป็นอีกช่องทางในการสร้างยอดขายได้ดี หากร้านจัดข้อมูลสินค้าและสร้างความน่าเชื่อถือไว้ครบถ้วน
ข้อดีอีกอย่างคือร้านสามารถจัดโครงสร้างสินค้าและหน้าร้านให้เป็นระบบ เหมาะกับผู้ขายที่มีหลาย Category หรือหลาย SKU
อย่างไรก็ตาม ร้านยังต้องให้ความสำคัญกับราคา รีวิว คะแนนร้าน การเข้าร่วม Campaign และประสิทธิภาพของโฆษณาเช่นเดียวกัน เพราะลูกค้าบน Marketplace มีตัวเลือกจำนวนมาก
ถ้าสินค้าเป็นของทั่วไป ควรเลือกอะไร?
หากเป็นสินค้าที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เช่น ของใช้ทั่วไป อุปกรณ์มือถือ แฟชั่น ของใช้ในบ้าน หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด Shopee มักเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มต้น เพราะพฤติกรรมของลูกค้าเน้นการค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม สินค้ากลุ่มนี้มีโอกาสเข้าสู่การแข่งขันด้านราคาได้ง่าย ดังนั้นร้านไม่ควรพึ่งแค่ “ขายถูกกว่า” แต่ควรสร้างข้อเสนอที่แตกต่าง เช่น Bundle ส่งฟรี ของแถม หรือการจัดเซตสินค้า
ร้านที่มีสินค้าแบบเดียวกันหลายรุ่นยังสามารถทดลองแยกสินค้าเพื่อจับ Keyword และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันได้อีกด้วย
ถ้าเป็นสินค้าแบรนด์หรือสินค้าราคาสูง ควรเลือกอะไร?
สำหรับสินค้าที่มีแบรนด์ มีรายละเอียดค่อนข้างมาก หรือราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป Lazada สามารถเป็นช่องทางที่น่าสนใจ เพราะสามารถจัดหน้าร้าน หมวดหมู่ และรายละเอียดสินค้าให้ดูเป็นระบบ
แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าราคาสูงจะขายใน Shopee ไม่ได้ เพราะลูกค้าหลายกลุ่มก็ยังค้นหาสินค้าราคาแพงใน Shopee เช่นกัน
สิ่งสำคัญกว่าการเลือกแพลตฟอร์มคือร้านต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้เพียงพอ เช่น รูปสินค้า รายละเอียด รีวิว การรับประกัน และข้อมูลบริการหลังการขาย
สินค้าที่มีราคาสูงมักต้องอาศัยข้อมูลในการตัดสินใจมากกว่าสินค้าราคาต่ำ ดังนั้นหน้าสินค้าจึงควรตอบคำถามของลูกค้าให้ครบที่สุด
Shopee และ Lazada แข่งขันกันที่อะไรบ้าง?
ไม่ว่าจะเลือกแพลตฟอร์มไหน ปัจจัยที่มีผลต่อยอดขายมักคล้ายกัน ได้แก่ รูปปกสินค้า ชื่อสินค้า Keyword ราคา จำนวนรีวิว คะแนนร้าน โปรโมชัน ความเร็วในการตอบแชต การจัดส่ง และการทำ Ads
ดังนั้นร้านที่ลงสินค้าแล้วรอออเดอร์เพียงอย่างเดียวอาจแข่งขันได้ยาก
ควรวางสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้ง “ระบบค้นหา” และ “ลูกค้า” เช่น ชื่อสินค้าต้องมีคำที่ลูกค้าค้นหา แต่ยังต้องอ่านง่าย รูปปกต้องโดดเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางคู่แข่ง และรายละเอียดสินค้าต้องช่วยลดความลังเลก่อนซื้อ
เรื่องราคา ควรขายเท่ากันทั้ง Shopee และ Lazada ไหม?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกกรณี เพราะแต่ละแพลตฟอร์มอาจมีโครงสร้างค่าธรรมเนียม Campaign Voucher และต้นทุนการทำโฆษณาที่แตกต่างกัน
ร้านค้าควรคำนวณต้นทุนจริงแยกตามช่องทาง โดยดูตั้งแต่ต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา ส่วนลด Voucher ค่าขนส่งที่ร้านต้องช่วยออก และต้นทุนอื่น ๆ
จากนั้นจึงดูว่าราคาขายแต่ละแพลตฟอร์มยังเหลือกำไรเพียงพอหรือไม่
การเห็นคู่แข่งขายถูกแล้วลดราคาตามทันทีโดยไม่คำนวณต้นทุน อาจทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรจริงลดลง
มือใหม่ควรเปิดทั้ง Shopee และ Lazada พร้อมกันไหม?
หากมีทีมดูแลหรือมีระบบจัดการสต็อกพร้อม การเปิดทั้งสองช่องทางสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้
แต่สำหรับร้านใหม่ที่มีคนดูแลเพียงคนเดียว การเริ่มจากแพลตฟอร์มเดียวก่อนอาจบริหารง่ายกว่า เพราะต้องมีงานหลายส่วน ตั้งแต่ลงสินค้า ตอบแชต แพ็กสินค้า จัดส่ง ทำโปรโมชั่น ไปจนถึงดู Ads และวิเคราะห์ยอดขาย
ตัวอย่างเช่น สามารถเริ่มจาก Shopee ก่อนประมาณ 10–20 สินค้า ทดลองดูว่าสินค้าตัวไหนขายได้ แล้วจึงนำสินค้าที่มีศักยภาพไปขยายต่อใน Lazada
หรือหากเป็นร้านที่มีสินค้าหลายหมวดและมี Brand Identity ชัดเจน อาจเริ่มทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกัน แต่เลือกดันสินค้าหลักเพียงบางรายการก่อน
ถ้ามีงบโฆษณาจำกัด ควรแบ่งยังไง?
สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องกระจายงบไปทุกสินค้า
ควรเลือกสินค้าที่มีโอกาสสร้างยอดขายก่อน เช่น สินค้าที่มีราคาแข่งขันได้ รูปสินค้าดี มีรีวิว หรือมีคนกดดูอยู่แล้ว
จากนั้นใช้ Ads เพื่อเพิ่ม Traffic แล้วดูข้อมูลว่าเกิด Click, Add to Cart และ Order มากน้อยแค่ไหน
หากสินค้าบางตัวมี Click จำนวนมากแต่ไม่เกิดยอดขาย ไม่ควรเพิ่มงบทันที แต่ควรย้อนกลับไปดูราคา รีวิว รายละเอียด และโปรโมชั่นก่อน
แนวคิดสำคัญคือ อย่าใช้ Ads แก้ปัญหาสินค้าที่ยังปิดการขายไม่ได้
เลือก Shopee หรือ Lazada จากประเภทสินค้าอย่างไร?
| ลักษณะสินค้า |
แพลตฟอร์มที่ควรทดลอง |
| สินค้าทั่วไป ราคาจับต้องง่าย |
Shopee |
| สินค้าที่มีการแข่งขันสูง |
Shopee + เปรียบเทียบ Lazada |
| แบรนด์ที่มีสินค้าเป็นหมวดหมู่ |
Lazada |
| สินค้าราคากลาง-สูง |
ทดลองทั้ง Shopee และ Lazada |
| สินค้าที่ต้องอาศัยรีวิวมาก |
ทั้งสองแพลตฟอร์ม |
| ร้านมีหลาย SKU |
Lazada + Shopee |
| เพิ่งเริ่มขายและทีมเล็ก |
เริ่ม 1 ช่องทางก่อน |
| ต้องการขยายฐานลูกค้า |
เปิดทั้งสองแพลตฟอร์ม |
ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เพราะผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ราคา คู่แข่ง และพฤติกรรมลูกค้าของแต่ละร้าน
ทางเลือกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกเพียงแพลตฟอร์มเดียว
สำหรับร้านที่เริ่มมีระบบและยอดขายแล้ว การมีทั้ง Shopee และ Lazada สามารถช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวได้
ตัวอย่างเช่น ร้านอาจพบว่าสินค้ากลุ่มหนึ่งขายดีใน Shopee ขณะที่สินค้าอีกกลุ่มขายได้ดีกว่าใน Lazada ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะกลุ่มลูกค้าและการแข่งขันในแต่ละหมวดไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
สิ่งที่ควรทำคือทดลองด้วยข้อมูลจริง แล้วเปรียบเทียบ เช่น
จากนั้นจึงเพิ่มงบและทรัพยากรให้กับช่องทางที่ทำกำไรได้จริง
สรุป Shopee vs Lazada ขายที่ไหนดี?
หากถามว่า Shopee หรือ Lazada แพลตฟอร์มไหนดีกว่า คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสินค้าและวิธีบริหารร้าน
Shopee เหมาะกับสินค้าที่มีการค้นหาสูง สินค้าทั่วไป และร้านที่ต้องการเข้าถึงตลาดกว้าง แต่ต้องพร้อมรับการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่น
ส่วน Lazada เหมาะกับทั้งร้านทั่วไปและแบรนด์ที่มีสินค้าหลายหมวด ต้องการจัดร้านอย่างเป็นระบบ หรือขายสินค้าที่ต้องอาศัยรายละเอียดและความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจ
สำหรับธุรกิจที่มีความพร้อม การขายทั้งสองแพลตฟอร์มมักช่วยเพิ่มโอกาสมากกว่าการเลือกเพียงช่องทางเดียว แต่ควรดูยอดขาย กำไร และต้นทุนจริงของแต่ละแพลตฟอร์มแยกกัน เพื่อรู้ว่าช่องทางไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด
ต้องการเริ่มขายหรือปรับร้าน Shopee และ Lazada?
หากคุณกำลังมองหา บริการดูแลร้านค้าออนไลน์ Shopee และ Lazada ตั้งแต่การจัดหน้าร้าน ลงสินค้า ปรับชื่อและรายละเอียดสินค้า วาง Keyword จัดโปรโมชั่น ไปจนถึงช่วยวางแนวทางการทำโฆษณา NK Creative สามารถช่วยดูแลและปรับร้านค้าให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและสร้างยอดขายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น