จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างและควรได้อะไร

จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าจ้างออกแบบและพัฒนา ค่าแพ็กเกจ Shopify, Domain, Theme, App, Payment และสิ่งที่ควรได้รับก่อนตัดสินใจจ้าง

จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างและควรได้อะไร

จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างและควรได้อะไร

หากต้องการเปิดร้านค้าออนไลน์ด้วย Shopify สามารถเลือกทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองหรือจ้างนักออกแบบและนักพัฒนาช่วยจัดทำร้านให้พร้อมขายได้ คำถามสำคัญคือ “จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่?” และราคาที่จ่ายไปควรรวมอะไรบ้าง

ค่าทำเว็บไซต์ Shopify ไม่มีราคาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า จำนวนสินค้า ระดับการออกแบบ Theme, ฟังก์ชันที่ต้องใช้ การเชื่อม Payment, Shipping, App รวมถึงว่าร้านต้องการเพียงปรับ Theme สำเร็จรูป หรือพัฒนา Custom เพิ่มเติม

ข้อมูลจาก Shopify ระบุว่าค่าออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์สามารถแตกต่างได้มาก ตั้งแต่ระดับหลักหมื่นสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้โครงสร้างสำเร็จรูป ไปจนถึงหลักแสนหรือสูงกว่านั้นสำหรับงาน Custom ที่มีฟีเจอร์และการออกแบบซับซ้อน โดย Shopify ยกช่วงค่าออกแบบเว็บไซต์ทั่วไปประมาณ 15,000–300,000 บาทต่อโปรเจกต์ และงาน Custom Design/Development สามารถสูงกว่านี้ได้ตามขอบเขตงาน

ดังนั้นก่อนเปรียบเทียบราคา ควรแยกให้ชัดว่า ค่าจ้างทำเว็บไซต์ กับ ค่าบริการ Shopify และระบบภายนอก เป็นคนละส่วนกัน

จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไหร่?

หากเป็นร้าน Shopify ระดับเริ่มต้น ใช้ Theme สำเร็จรูป ปรับสี Font Banner ลงสินค้า และตั้งค่าระบบพื้นฐาน ราคาจ้างทำเว็บไซต์มักเริ่มในระดับ หลักหมื่นบาท

ส่วนร้านที่ต้องการ Custom Design, Custom Section, ฟังก์ชันเฉพาะ หรือเชื่อมต่อระบบภายนอก ราคาสามารถเพิ่มเป็นหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนบาทได้

Shopify เองระบุว่าค่าออกแบบเว็บไซต์ E-Commerce ที่ใช้โครงสร้างสำเร็จรูปอาจเริ่มในระดับหลักหมื่น ส่วนงาน Custom Design และ Development มีช่วงราคาที่กว้างมาก โดยขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และความซับซ้อนของโครงการ

สามารถแบ่งภาพรวมได้ประมาณนี้

รูปแบบงาน งบประมาณโดยประมาณ
ทำเอง ใช้ Theme ฟรี จ่ายเฉพาะ Shopify + ค่าใช้จ่ายระบบ
ปรับ Theme สำเร็จรูปเบื้องต้น หลักหมื่นต้น
ออกแบบร้านตามแบรนด์ หลักหมื่นกลาง–สูง
Custom Shopify หลักหลายหมื่น–หลักแสน+
ระบบเฉพาะ / Integration ซับซ้อน ประเมินตาม Scope

ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทาง เพราะผู้รับทำแต่ละรายให้ Scope ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาอย่างเดียว

1. ค่าจ้างออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ Shopify

ส่วนแรกคือค่าบริการของผู้รับทำเว็บไซต์ ซึ่งอาจครอบคลุมงาน เช่น

  • วางโครงสร้างเว็บไซต์

  • ออกแบบหน้า Home

  • Product Page

  • Collection Page

  • About Us

  • Contact

  • FAQ

  • Menu

  • Footer

  • Responsive

  • ปรับ Theme

  • ลงสินค้า

  • เชื่อม Domain

  • ตั้ง Payment

  • ตั้ง Shipping

  • SEO เบื้องต้น

  • Tracking

บางแพ็กเกจอาจรวมทุกอย่าง ขณะที่บางรายคิดค่าแต่ละส่วนแยก

ดังนั้นเวลาขอใบเสนอราคา ควรขอรายละเอียด Scope ให้ชัดเจนว่า “ราคาเท่านี้ ได้อะไรบ้าง”

2. ค่าแพ็กเกจ Shopify

ค่าจ้างทำเว็บไซต์ไม่ได้รวมค่า Subscription ของ Shopify เสมอไป

ณ เดือนตุลาคม 2026 Shopify ประเทศไทยมีแพ็กเกจหลัก เช่น Basic US$19/เดือนเมื่อชำระรายปี หรือ US$25/เดือนเมื่อชำระรายเดือน, Grow US$49/65 และ Advanced US$299/399 ตามรูปแบบการชำระเงิน ส่วน Plus เริ่มต้น US$2,300/เดือน

สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่ม ร้านส่วนใหญ่สามารถเริ่มจาก Basic ก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อมีความต้องการด้านทีมงานหรือฟีเจอร์เพิ่มขึ้น

ดังนั้นก่อนจ้างควรถามว่า

ค่า Shopify รายเดือนรวมในราคาจ้างหรือไม่

โดยปกติค่า Subscription มักเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของร้านจ่ายกับ Shopify โดยตรง

3. ค่า Domain

Shopify มี URL เริ่มต้นในรูปแบบ

yourstore.myshopify.com

แต่ร้านที่เปิดขายจริงควรใช้ Domain ของแบรนด์ เช่น

yourbrand.com

ค่า Domain เป็นค่าใช้จ่ายรายปี และสามารถซื้อจาก Shopify หรือ Registrar ภายนอกแล้วเชื่อมเข้ามาได้

Shopify ระบุว่าค่า Domain ทั่วไปอาจอยู่ประมาณหลักร้อยบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับนามสกุลและผู้ให้บริการ

ก่อนจ้างควรถามว่า

ผู้รับทำรวมค่าจด Domain หรือเป็นเพียงบริการเชื่อม Domain

เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

4. ค่า Theme

Shopify มี Theme ฟรีให้ใช้งานได้ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อ Premium Theme ตั้งแต่เริ่มต้น

แต่ถ้าต้องการ Layout หรือฟีเจอร์บางอย่างที่ Theme ฟรีไม่มี อาจเลือกซื้อ Premium Theme เพิ่ม

Shopify ระบุว่ามีทั้ง Theme ฟรีและ Theme แบบมีค่าใช้จ่าย และค่า Theme ควรนับเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนเว็บไซต์หากเลือกใช้แบบเสียเงิน

ก่อนจ้างควรถามว่า

  • ใช้ Theme ฟรีหรือ Premium

  • ค่า Theme รวมในราคาไหม

  • Theme License เป็นของใคร

  • หลังส่งงานร้านยังใช้งานต่อได้หรือไม่

โดยเฉพาะเรื่อง License ควรให้ร้านเป็นเจ้าของอย่างถูกต้อง ไม่ควรใช้ Theme ที่ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน

5. ค่า App

Shopify App ทำหน้าที่คล้าย Plugin สำหรับเพิ่มฟังก์ชันให้ร้าน

ตัวอย่างเช่น

  • Review

  • Wishlist

  • Booking

  • Loyalty

  • Subscription

  • Pre-order

  • Upsell

  • Invoice

  • Translation

  • Stock

  • Email Marketing

App มีทั้งฟรีและเสียเงิน และ Shopify ระบุว่าค่าบริการ App ภายนอกสามารถถูกเรียกเก็บแบบครั้งเดียว รายเดือน หรือตามการใช้งานได้

ดังนั้นก่อนจ้างควรขอรายการว่าเว็บไซต์จะติดตั้ง App อะไรบ้าง และแต่ละ App มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือไม่

นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะบางร้านค่าทำเว็บไม่สูง แต่หลังเปิดจริงกลับมีค่า App หลายพันบาทต่อเดือน

6. ค่า Payment Gateway

หากต้องการรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Payment แบบออนไลน์ อาจต้องใช้ Payment Provider ภายนอก โดยเฉพาะร้านในประเทศไทยที่ต้องตรวจสอบ Gateway ที่รองรับธุรกิจไทย

Payment Provider มักคิดค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อธุรกรรม

และหากใช้ผู้ให้บริการชำระเงินภายนอก Shopify อาจมี Third-party Transaction Fee เพิ่มเติมตามแผนที่ใช้ โดย Shopify ระบุชัดว่าค่าธรรมเนียมส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายแยกจากค่าธรรมเนียมของ Payment Provider

ดังนั้นเวลาจ้างทำร้านควรถามให้ชัดว่า

  • จะเชื่อม Payment ตัวไหน

  • ผู้รับทำช่วยสมัครหรือแค่ติดตั้ง

  • มีค่า Gateway เท่าไร

  • มี Shopify Transaction Fee เพิ่มหรือไม่

  • รองรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

7. ค่า Custom Design

คำว่า “รับทำ Shopify” มีหลายระดับ

บางรายใช้ Theme เดิมแล้วเปลี่ยน Logo สีและรูป

บางรายออกแบบ Layout ใหม่ตาม Brand

บางรายพัฒนา Section และ Theme Code ใหม่

ดังนั้นราคาแตกต่างกันมาก

หากต้องการ Custom Design ควรถามว่าราคาได้

  • Design หน้า Home ใหม่หรือไม่

  • ปรับ Product Page หรือไม่

  • ปรับ Collection หรือไม่

  • ทำ Mobile Design หรือไม่

  • Custom Section ได้กี่ส่วน

  • มี Design Revision กี่รอบ

ไม่ควรดูเพียงคำว่า “ออกแบบเว็บไซต์ Shopify” เพราะ Scope อาจแตกต่างกันมาก

8. ค่าลงสินค้า

บางแพ็กเกจรวมการลงสินค้า เช่น 10, 20 หรือ 50 รายการ

บางรายคิดเพิ่มตามจำนวน SKU

ควรแยกคำว่า “Product” กับ “Variant” ให้ชัดด้วย

ตัวอย่างเช่น เสื้อ 1 รุ่นมี

5 สี × 5 ไซซ์

อาจถือเป็น Product เดียว แต่มี 25 Variants

หากสินค้าเยอะ การเตรียมข้อมูลและ Import จะใช้เวลามากขึ้น จึงมีผลต่อราคาพัฒนา

ก่อนจ้างควรถามว่าแพ็กเกจลงสินค้าให้กี่รายการ และหลังจากนั้นร้านสามารถเพิ่มสินค้าเองได้หรือไม่

9. ค่าเขียน Content และ Banner

บางแพ็กเกจทำเว็บไซต์รวมเฉพาะโครงสร้าง แต่ลูกค้าต้องเตรียม

  • Logo

  • Banner

  • รูปสินค้า

  • Product Description

  • About Us

  • Policy

เองทั้งหมด

บางแพ็กเกจอาจรวม Graphic Design หรือ Content Writing

ดังนั้นควรถามว่า

ราคาเว็บไซต์รวมออกแบบ Banner หรือไม่

และ

รวมเขียน Content หรือเพียงนำข้อความที่ลูกค้าให้มาวาง

หากร้านยังไม่มี Content เลย ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ด้วย

10. ค่า SEO เบื้องต้น

เว็บไซต์ Shopify สามารถตั้ง SEO ได้ เช่น

  • Meta Title

  • Meta Description

  • Heading

  • URL

  • Alt Text

  • Sitemap

  • Google Search Console

Shopify มีฟีเจอร์ SEO ในระบบอยู่แล้ว แต่การตั้งค่าให้เหมาะกับ Keyword ยังต้องมีคนวางโครงสร้างและปรับ Content เอง

ดังนั้นหากผู้รับทำระบุว่า “รองรับ SEO” ควรถามต่อว่าได้ทำอะไรให้จริงบ้าง

ตัวอย่าง Scope ที่ควรมี เช่น

  • ตั้ง Meta หน้า Home

  • ตั้ง Meta Collection

  • ตั้ง Meta Product หลัก

  • Heading Structure

  • Alt Text

  • Sitemap

  • Google Search Console

คำว่า SEO Ready อย่างเดียวอาจหมายถึงเพียง Theme รองรับ SEO แต่ไม่ได้มีการตั้งค่า Keyword ให้

11. ค่า Tracking

ร้านที่มีแผนยิง Ads ควรติด Tracking ตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน

อย่างน้อยควรเตรียม

  • GA4

  • Google Ads Conversion

  • Meta Pixel

  • TikTok Pixel หากใช้

และตรวจ Event เช่น

View Item → Add to Cart → Begin Checkout → Purchase

หากผู้รับทำเว็บไซต์รวม Tracking ควรถามว่าเป็นเพียงติด Code หรือมีการทดสอบ Event ด้วย

เพราะหาก Purchase ไม่ยิงค่า Value หรือยิงซ้ำ ข้อมูล Ads จะผิดตั้งแต่ต้น

จ้างทำ Shopify ควรได้อะไรบ้าง?

สำหรับร้าน E-Commerce ทั่วไป อย่างน้อยควรได้รับสิ่งเหล่านี้

รายการ ควรมี
หน้า Home ✓
Product Page ✓
Collection ✓
About Us ✓
Contact ✓
FAQ ✓
Policy Pages ✓
Responsive Mobile ✓
Domain Connection ✓
Product Setup ✓
Payment Setup ✓
Shipping Setup ✓
Basic SEO ✓
Sitemap ✓
Analytics / Tracking ควรมี
คู่มือหลังบ้าน ควรมี
Training ควรมี
Support หลังส่งมอบ ควรมี

Scope จริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามงบ แต่ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

หน้าอะไรบ้างที่ร้าน Shopify ควรมี?

ร้านทั่วไปไม่ควรมีเพียงหน้า Home และ Product

ควรมีอย่างน้อย

Home
แนะนำ Brand และสินค้า

Shop / Collection
ช่วยลูกค้าหาสินค้า

Product Detail
รายละเอียด ราคา Variant และ Add to Cart

About Us
สร้างความน่าเชื่อถือ

Contact
ช่องทางติดต่อ

FAQ
ตอบคำถามที่พบบ่อย

Shipping Policy

Return / Refund Policy

Privacy Policy

Terms of Service

สำหรับร้านที่ต้องการทำ SEO สามารถเพิ่ม Blog เพื่อสร้าง Organic Traffic ได้อีกด้วย

ผู้รับทำควรตั้ง Payment และ Shipping ให้ไหม?

ควรอยู่ใน Scope หากแพ็กเกจระบุว่าเป็น “เว็บไซต์พร้อมขาย”

เพราะหากทำเพียงหน้าร้านสวย แต่ Checkout, Payment และ Shipping ยังไม่ได้ตั้ง เว็บไซต์ก็ยังขายจริงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้รับทำไม่สามารถรับประกันการอนุมัติ Payment Gateway แทนเจ้าของธุรกิจได้ เพราะ Provider เป็นผู้ตรวจเอกสารและ KYC

สิ่งที่ผู้รับทำควรช่วยคือ

  • แนะนำทางเลือก

  • เชื่อม Integration

  • ตั้งค่าระบบ

  • ทดสอบ Checkout

ส่วนการสมัครบัญชีและยืนยันตัวตนควรเป็นข้อมูลของเจ้าของร้าน

ต้องได้สิทธิ์ Admin ของร้านไหม?

ควรได้ และร้านควรเป็นเจ้าของ Account หลักเอง

การสมัคร Shopify ควรใช้

  • Email ของเจ้าของธุรกิจ

  • Billing ของธุรกิจ

  • Domain ของธุรกิจ

  • Payment Account ของธุรกิจ

ผู้รับทำควรถูกเพิ่มเข้าไปเป็น Staff หรือ Collaborator ตามสิทธิ์ที่จำเป็น

ไม่ควรให้ Agency เป็นเจ้าของ Account หลักแล้วร้านไม่มีสิทธิ์ควบคุม เพราะอาจเกิดปัญหาเมื่อย้ายผู้ดูแลในอนาคต

Theme และ App ควรเป็นของใคร?

ควรเป็นของร้าน

หากซื้อ Premium Theme หรือ App License ควรซื้อผ่านบัญชีของร้าน หรือมีหลักฐานว่า License ถูกต้องและผูกกับร้านจริง

อย่าเลือกบริการที่ใช้ Theme เถื่อนหรือ License ร่วมกันแบบไม่ถูกต้องเพียงเพราะราคาถูกกว่า เพราะอาจมีปัญหาด้าน Update และ Security ในอนาคต

จ้างแล้วควรมีคู่มือหรือ Training ไหม?

ควรมีอย่างน้อยระดับพื้นฐาน

หลังส่งมอบ เจ้าของร้านควรสามารถ

  • เพิ่มสินค้า

  • แก้ราคา

  • ปรับ Stock

  • ดู Order

  • ทำ Discount

  • แก้ Banner

  • ดู Customer

  • ดู Report

ได้ด้วยตัวเอง

ถ้าทุกครั้งที่เปลี่ยนราคา 1 จุดต้องกลับไปจ้าง Developer ร้านจะบริหารได้ยาก

ดังนั้น Training และคู่มือควรเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถามก่อนตัดสินใจจ้าง

ควรมี Support หลังส่งมอบไหม?

ควรมี โดยเฉพาะช่วงแรกหลังเปิดร้าน

ปัญหาที่อาจพบ เช่น

  • Domain

  • Payment

  • Shipping

  • App

  • Theme

  • Tracking

  • Mobile

  • Checkout

ควรถามว่าผู้รับทำมี Support กี่วัน กี่เดือน หรือมีค่า Maintenance เพิ่มหรือไม่

คำว่า “รับประกันเว็บไซต์” ก็ควรถามให้ชัดว่าครอบคลุม Bug จากงานพัฒนา หรือรวมการแก้ Content และเพิ่ม Feature ใหม่ด้วยหรือไม่

ตัวอย่าง Scope ร้าน Shopify ระดับเริ่มต้น

ตัวอย่างร้าน SME อาจประกอบด้วย

  • Shopify Basic

  • ใช้ Theme ฟรี

  • Custom สีและ Font ตาม Brand

  • Home

  • Collection

  • Product

  • About

  • Contact

  • FAQ

  • Policy

  • ลงสินค้า 10–20 รายการ

  • Domain

  • Payment

  • Shipping

  • SEO เบื้องต้น

  • GA4 / Pixel

  • Responsive

  • คู่มือการใช้งาน

ร้านลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Custom Development มาก จึงสามารถควบคุมงบให้อยู่ในระดับหลักหมื่นได้

ถ้า Custom มาก ราคาจะเพิ่มจากอะไร?

ราคาจะเริ่มเพิ่มเมื่อมี Requirement เช่น

  • Custom Theme

  • Product Configurator

  • Subscription

  • Booking

  • Membership

  • Loyalty

  • Multi-language ขั้นสูง

  • ERP Integration

  • Stock Sync

  • Marketplace Sync

  • API

  • Custom Checkout

  • ระบบ B2B

  • ราคาตามกลุ่มลูกค้า

ระบบเหล่านี้ไม่ใช่เพียง “เพิ่มหน้า” แต่ต้องมี Business Logic จึงใช้เวลา Development มากขึ้น

เปรียบเทียบจ้างราคาถูกกับราคาสูง ควรดูตรงไหน?

อย่าดูจากจำนวนหน้าอย่างเดียว

ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย

ราคา A: 15,000 บาท

กับ

ราคา B: 30,000 บาท

โดยดูว่าต่างกันตรงไหน เช่น

  • จำนวนสินค้า

  • Custom Design

  • Payment

  • SEO

  • Tracking

  • Banner

  • Training

  • Support

  • Premium Theme

  • App

  • Custom Code

ราคา 15,000 บาทอาจคุ้มกว่าหาก Scope เพียงพอกับธุรกิจ ขณะที่ราคา 30,000 บาทก็อาจคุ้มหากรวมงานที่ร้านต้องจ้างแยกอยู่แล้ว

สิ่งสำคัญคือเปรียบเทียบ ราคาเทียบกับ Scope

ค่าใช้จ่ายหลังเปิดร้านมีอะไรต่ออีก?

หลังส่งมอบแล้ว ร้านยังมีต้นทุนต่อเนื่อง เช่น

  • Shopify Subscription

  • Domain รายปี

  • App

  • Payment Fee

  • Shopify Transaction Fee ในบางกรณี

  • Ads

  • SEO

  • Graphic Content

  • Maintenance / Development เพิ่มเติม

Shopify ระบุว่าค่าบริการจาก App, Theme และผู้ให้บริการภายนอกสามารถเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากค่าระบบหลักได้ และค่า Transaction จาก Payment Provider ภายนอกก็เป็นอีกส่วนที่ควรคำนวณ

ดังนั้นก่อนเปิดร้านควรถามผู้รับทำให้ช่วยสรุป ค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเว็บไซต์เสร็จ ด้วย

Checklist ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ Shopify

สิ่งที่ควรถาม เช็ก
ราคานี้รวม Shopify Plan หรือไม่ ☐
รวม Domain หรือไม่ ☐
ใช้ Theme อะไร ☐
Theme มี License หรือไม่ ☐
รวมกี่หน้า ☐
ลงสินค้าให้กี่รายการ ☐
รวม Banner หรือไม่ ☐
เชื่อม Payment หรือไม่ ☐
ตั้ง Shipping หรือไม่ ☐
รวม App อะไรบ้าง ☐
App มีค่ารายเดือนหรือไม่ ☐
มี SEO เบื้องต้นไหม ☐
มี GA4 / Pixel ไหม ☐
Responsive Mobile หรือไม่ ☐
แก้ดีไซน์ได้กี่รอบ ☐
มี Training หรือไม่ ☐
มี Support หลังส่งมอบหรือไม่ ☐
Account / Domain เป็นของลูกค้าหรือไม่ ☐

จ้างทำ Shopify หรือทำเองดีกว่า?

หากร้านมีสินค้าน้อย ใช้ Theme มาตรฐาน และเจ้าของมีเวลาเรียนรู้ระบบ การทำเองสามารถประหยัดงบได้มาก

แต่หากต้องการ

  • เปิดร้านเร็ว

  • ออกแบบให้ตรงแบรนด์

  • เชื่อม Payment

  • วาง Shipping

  • ติด Tracking

  • ตั้ง SEO

  • ทำ Responsive

  • ลดเวลาทดลองผิดลองถูก

การจ้างผู้ที่มีประสบการณ์อาจช่วยให้ร้านพร้อมขายได้เร็วกว่า

สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่เพียง “ค่าจ้างแพงหรือไม่” แต่คือเวลาที่ธุรกิจต้องใช้หากต้องเรียนรู้และทำทุกอย่างเอง

สรุป จ้างทำเว็บไซต์ Shopify ราคาเท่าไหร่?

ค่าจ้างทำเว็บไซต์ Shopify สามารถเริ่มตั้งแต่ หลักหมื่นบาทสำหรับร้านที่ใช้ Theme สำเร็จรูปและระบบมาตรฐาน ไปจนถึงหลักหลายหมื่นหรือหลักแสนสำหรับร้านที่ต้องการ Custom Design และระบบเฉพาะ โดย Shopify เองระบุว่าค่าออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์มีช่วงราคากว้างมากตามความซับซ้อนของงาน

นอกจากค่าจ้างพัฒนาแล้ว ยังควรเตรียมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น Shopify Plan, Domain, Theme, App, Payment Gateway, Transaction Fee และ Marketing

ปัจจุบัน Shopify Basic เริ่มต้นที่ US$19/เดือนเมื่อชำระรายปี หรือ US$25/เดือนเมื่อชำระรายเดือน และรวมระบบร้านค้าออนไลน์กับ Hosting ไว้ในแพ็กเกจแล้ว

ก่อนเลือกผู้รับทำจึงควรถามให้ชัดว่า ราคาที่ได้รับรวมอะไรบ้าง และเมื่อส่งมอบแล้วเว็บไซต์สามารถ รับ Order, รับ Payment, คำนวณ Shipping, วัด Conversion และแก้ไขสินค้าเองได้จริงหรือไม่

ถ้าราคาไม่สูงแต่ต้องจ่ายเพิ่มทุกอย่างภายหลัง อาจแพงกว่าการเลือกแพ็กเกจที่ Scope ครบตั้งแต่ต้น

กำลังมองหาบริการรับทำเว็บไซต์ Shopify?

หากคุณกำลังมองหา บริการรับทำเว็บไซต์ Shopify และร้านค้าออนไลน์ Shopify NK Creative สามารถช่วยวางโครงสร้างร้าน ออกแบบหน้าร้าน ปรับ Theme ลงสินค้า เชื่อม Domain ตั้งค่า Payment และ Shipping รวมถึง SEO และ Tracking เบื้องต้น เพื่อให้ร้านพร้อมสำหรับการเปิดขายและต่อยอดการตลาดออนไลน์

ก่อนเริ่มงานควรประเมินจากจำนวนสินค้า ฟังก์ชันที่ต้องใช้ ตลาดที่ต้องการขาย และงบประมาณ เพื่อเลือกรูปแบบ Shopify ที่พอดีกับธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกฟีเจอร์ตั้งแต่วันแรก แต่ควรทำให้ระบบพื้นฐานพร้อมขายและสามารถขยายต่อได้ในอนาคต